๑นู๋พึ่ง๑ 的个人资料*~นู๋พึ่ง~*照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
เมื่อเหล่างานศิลปะมาอวดโฉม ณ ใจกลางเมืองเมื่อเหล่างานศิลปะมาอวดโฉม ณ ใจกลางเมือง PASSION OF THAI MODERN ART @ SIAMPARAGON July 10-20
สี่จิตวิญญาณ, ธนดลดี รุจิเจริญ
หลังจากลงรถจากอนุเสาวรีชัยสมรภูมิก็ขึ้นรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีสยาม สายๆของวันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม บนรถไฟฟ้า แว๊บแรกที่มองลงไปจากสถานีสยามลงมาลานน้ำพุของ สยามพารากอน ก็เกิดอาการกระดี๊กระด๊าทันทีที่ได้เห็นประติมากรรมของเหล่าศิลปินที่ตนเองชื่นชอบวางจัดแสดงอยู่ที่ลานน้ำพุสุดไฮโซของสยามพารากอน จึงรีบวิ่งลงจากสถานีรถไฟฟ้าแล้วควักกล้องถ่ายรูปออกจากกระเป๋ามาถ่ายรูปงานประติมากรรมทั้งหลายที่ต่างอวดโฉมแสดงพลังอำนาจความวิริยะอุตาหะของศิลปิน และความสง่างามของประติมากรรมเหล่านั้นท่ามกลางตึกระฟ้า สยามพารากอนยังไม่เปิด คนยังเดินไม่พลุกพล่านมากนัก ทำให้ได้โอกาสถ่ายรูปงานต่างๆในมุมสวยๆได้หลายรูปก่อนที่คนจะมาดูงานจนละลานตา แถมยังได้มุมกล้องแปลกๆของงานหลายๆชิ้นด้วย ในขณะที่มีเด็กวัยรุ่นบางกลุ่มกำลังยืนรอห้างเปิดอยู่ ก็เล่นกล้องถ่ายรูปไปตามความชอบใจส่วนตัวอย่างสนุกสนาน รอจนกระทั่งห้างเปิดเลยเดินไปข้างใน งานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ รวมถึงสื่อผสมต่างๆ ต่างอวดโฉมกันอย่างไม่มีงานชิ้นไหนยอมกัน ส่วนตัวแล้วถึงแม้จะเคยเห็นงานพวกนี้มาก่อนในหอศิลป์แห่งชาติหรือสูจิบัติ กลับรู้สึกดีใจและตื่นเต้นแทนศิลปินที่ได้มีโอกาสแสดงงานให้คนทั่วไปได้ดู อีกอยากมันกลายเป็นมุมมองใหม่ๆ ซึ่งแตกต่างจากการดูงานในหอศิลป์เยอะเลยทีเดียว งานเหล่านี้อยู่ในหอศิลป์คนที่อยากจะไปดูเท่านั้นถึงจะไปดู แต่นี้อยู่กลางห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมืองทั้งคนไทยคนเทศเด็ก ฝรั่ง วัยรุ่น คนขาเป๋ หรือเกย์ ต่างก็มีโอกาสได้สัมผัสงานเหล่านี้มากขึ้น
บรรยากาศทั่วไปภายในงาน ในระหว่างที่เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ หูผึ่งแอบไปฟังความคิดเห็นของคนทั่วไปที่มองงานศิลปะบาง ยิ่งเด็กวัยรุ่นยิ่งต้องทำหูผึ่งๆเข้าไว้ เพราะอยากรู้ว่าเด็กรุ่นใหม่มองงานศิลปะอย่างไรบ้าง (เค้ายังไม่แก่นะ) เด็กวัยรุ่นเดินดูงานบางคนมีอาการตลกขบขับกันในกลุ่มเพื่อน บางคนก็บ่นว่าดูไม่รู้เรื่องเลย บางคนยืนเก๊กดูงานอยู่นานทำท่าว่าจะเข้าใจลึกซึ้งแต่พอซักพักก็ส่ายหัวเดินออกมาพร้อมกับหน้าตามึนๆ บางคนก็บอกว่างานสวยดีแต่ไม่เข้าในแนวคิด บางคนพยายามจะติส อธิบายวิจารณ์งานออกมา บางคนเลียนแบบบุคลิกศิลปินดังที่เห็นในโทรทัศน์บ่อยๆ เมื่อชมงาน (ไม่ต้องบอกนะว่าใคร) คนหลายคนแสดงอาการที่ดูน่าตลกขบขับสำหรับคนที่ใกล้ชิดงานศิลปะอย่างเรา แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้จะดูไม่รู้เรื่องหรือพยายามจะดูให้รู้เรื่องแต่ก็ดีได้ที่ได้ดู อย่างน้อยก็น่าจะทำให้พวกเขาเหล่านั้นได้รู้จักและใกล้ชิดกับศิลปะมากขึ้น ได้รู้ว่าศิลปินไทยทำงานกันแบบไหน ใจจริงอยากจะเข้าไปบอกคนเหล่านั้นว่าดูรู้เรื่องหรือไม่นั้นไม่สำคัญ อยากให้เขาเหล่านั้นดูแล้วรู้สึกหรือดูแล้วไม่รู้สึกอะไรเลยมากกว่าเพราะประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนอาจจะเจอหรือประสบอย่างที่ศิลปินแสดงออกมาให้เห็นบางคนไม่เคยเจออะไรแบบนั้นก็เลยมองเป็นเรื่องธรรมดาไป สิ่งที่ดูเหมือนเล็กๆ น้อยๆ ในงานแต่กลับทำให้ผู้เขียนรู้สึกถึงความน่ารักของงานนี้ก็ตรงที่งานแสดงหลายงานอาจจะไม่อนุญาติให้ถ่ายรูปแต่งานนี้มีป้ายเล็กๆ ตามงานเขียนไว้ว่า อยากให้ถ่ายรูป (please take photo) แสดงการเชื้อเชิญผู้มาชมงานว่า “ให้ถ่ายรูปฉันกลับไปดูที่บ้านเถอะนะ นะ นะ นะ นะ” ดูแล้วน่ารักมากๆ ถึงแม้ว่าศิลปินอยากจะและตั้งใจอยากจะให้ชมและบันทึกชิ้นงานเอาไว้ในความทรงจำของคุณ แต่ข้อนี้ก็เป็นข้อห้ามที่สำคัญที่คนทำงานศิลปะ ผู้ชมระดับมือโปร และคนทั่วๆไปควรจะรักษากฎนี้อย่างเคร่งครัด นั้นคืออย่าใช้อวัยวะทุกๆ ส่วนของร่างกายจับหรือสัมผัสกับตัวงาน ถึงแม้ว่าการแค่ลูบๆคลำๆอาจจะทำงานงานไม่บิดเบี้ยวเสียหายอะไร แม้กระทั่งงานประติมากรรมโลหะที่แข็งแรง แต่เหงื่อของคุณเพียงนิดเดียวก็สามารถทำให้งานนั้นเสียหาย ผุ กร่อน สีซีดจางเร็วขึ้นเพราะปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างเหงื่อและผลงานได้ ถ่ายรูปฉ้านกลับไปดูที่บ้านเถอะ นะ นะ นะ
งานนี้ทำให้คนอย่างผู้เขียนถึงก็ยิ้มแก้มปริทั้งงานเพราะเห็นคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่คนศิลปะต่างสนใจมาดูงานศิลปะกันใหญ่ ดีใจที่หลายหน่วยงานพยายามให้ความสำคัญกับศิลปะมากขึ้นและทำให้คนทั่วไปได้มีโอกาสสัมผัสกับงานศิลปะและเข้าใจศิลปินยิ่งขึ้นอีก ถึงแม้ว่างานเหล่านี้จะเก่าไปซักนิดแต่ส่วนตัวแล้วเห็นถึงความที่พยายามพัฒนาตัวเองของคนในวงการศิลปะ และความพยายามของคนทั่วไปที่จะชื่นชมงานศิลปะด้วย
จากซ้ายเป็นงานของคุณคามินถัดมาเป็นรูปเหมือนคุณมาลินีและงานประติมากกรรมกับสถานนีรถไฟฟ้าสยาม
งานนี้จัดแสดงที่ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองที่สยามพารากอน ตังแต่วันที่ 10 – 20 กรกฎาคม 2551 นี้อาจจะเป็นครั้งแรกที่งานศิลปะต่างมาประชันความสง่างามในใจกลางเมืองแห่งนี้ แต่ก็ไม่ควรพลาดที่จะชมเพราะมันอาจจะไม่มีครั้งต่อๆ ไปอีกก็ได้หากไม่มีคนสนันสนุนงานศิลปะหรือผู้จัดและศิลปินต่างท้อแท้ไปเสียก่อน สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณผู้ที่สนับสนุนให้เกิดงานนี้ทุกท่านที่เห็นค่าความสำคัญของงานศิลปะในเมืองไทย อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้คนที่ทำงานในวงการศิลปะทุกๆ คนต่างน่าชื่นตาบานมีกำลังใจทำงานกันถ้วนหน้า ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ
ป.ล. สงสัยตัวเองทำไมถ่ายแต่งานประติมากรรม -*- คุณนายในสายหมอก ๑๒.๐๗.๒๕๕๑ / 12.07.2008 |
|
|