๑นู๋พึ่ง๑ 的个人资料*~นู๋พึ่ง~*照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
~ชีวิต ติ๊ด ติ๊ด (tist Tist)~: เราจะทำงานก็ตอนมีไฟใครเห็นหัวเรื่องแล้วก็คงจะเฉย ๆ ไปตามกัน ก็แน่หล่ะสิ... คนหมดไปมันจะมีแรงทำงานได้ที่ไหนกัน ยิ่งคนทำงานศิลปะอย่างเรา ๆ งานแต่ละอย่างที่จะออกมาทั้งทีต้องทั้งบีบ ทั้งคั้น คัดสรรให้ได้มาในสิ่งที่วิเศษที่สุด และเป็นสิ่งที่คนอื่นยังคิดไม่ถึง ดังนั้นไฟซึ่งหมายถึงเชื้อเพลิงที่ใช้เป็นพลังขับเคลื่อนพลังสร้างสรรค์จึงสำคัญสำหรับคนทำงานศิลปะอย่างเราเรา
แต่ทว่า...ไฟที่จะพูดถึงในที่นี้เป็นพลังขับดันที่สุดแสนจะแปลกประหลาดมหัศจรรย์จนน่าทึ่ง!! ไม่ว่าจะเป็นสมัยที่ยังเรียนกันอยู่ หรือแม้กระทั่งบางคนทำงานกันไปแล้วไฟตัวนี้ยังคงเป็นแรงขับดันให้บางคน (บางคนเท่านั้นนะ) ทำงานจนสำเร็จลุล่วง แต่จะไปด้วยดีหรือไม่นั้นอีกเรื่องแล้วแต่ดวง ในสมัยเรียนนักศึกษาหลายคนหรือทุกคนน่าจะได้สัมผัสไฟประเภทนี้มาแล้ว ยามเมื่ออาจารย์สั่งงาน ยิ่งงานปฏิบัติอย่างพวกเราระยะเวลาในการทำงานยิ่งเยอะ เป็นเดือนหรือทั้งเทอมเลยก็มี ด้วยระยะเวลาอันยาวนานมักจะทำให้เรานิ่งนอนใจอยู่บ่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ คนที่ยังทำตัวเอื่อยเฉื่อย เปลื่อยๆ ไปวันๆ ก็ยังคงไม่รู้สึกอะไรอยู่เช่นที่เขาเหล่านั้นเป็นมา ครั้นเมื่อเวลากระชั้นชิดเข้าไปทุกวันๆ เราจะพบว่าคนเรื่อยเปลื่อยเหล่านั้นมีพลังแรงขับดันอย่างประหลาด 1 อาทิตย์ ก่อนส่งงาน คนพวกนั้นจะตาลีตาเหลือก กระฉับกระเฉงราวกับอัดยาชูกำลังไปหลายขวดก่อนทำงาน และคนพวกนี้จะทำงานอย่างขะมักเขม้นโดยไม่สนใจคนรอบข้าง วิถีชีวิความเป็นอยู่ ไม่กิน ไม่นอน จนไปถึงการขับถ่ายคนพวกนี้จะลืมเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันเหล่านั้นไปทันที ยิ่งบางพวกยิ่งน่าอัศจรรย์ใจแท้ 3 วัน 3 คืนตาสว่างราวกับกาแฟที่มันดื่มไปแก้วแรกก่อนทำงานไม่หมดฤทธิ์ (ช่างเป็นกาแฟที่มหัศจรรย์แท้ ) น้ำไม่อาบก็มี พวกนี้มักจะชอบเห็นวันส่งงานเป็นวันตัดสินชะตาชีวิตตัวเอง แต่. . .ถึงตัดสินไปกว่าพวกเขาเหล่านั้นจะรู้ตัวว่าโดนตัดสินชะตาอะไรไปแล้ว มักจะเพิ่งมารู้สึกตัวหลังจากนั้น 2-3 วันหลังผลชะตาชีวิตออกมา ดั่งตัวอย่าง เพื่อนของข้าพเจ้าคนหนึ่งติดเกมส์ออนไลน์มาก จะเรียกว่าเป็นอินเตอร์เน็ตลิมส์ก็ได้ เดิมทีวิถีชีวิตปรกติของเขา ตื่นเช้าขึ้นมาไปเรียนตามปรกติแล้วก็เข้าร้านเกมส์เป็นกิจวัตรวิสัย 1 เดือนก่อน จะปิดเทอมวิชาเอกได้มีงานสรุปชิ้นใหญ่จะเรียกได้ว่าเป็น MAGA Project เลยก็ว่าได้ เพราะว่าส่วนใหญ่งานชิ้นสุดท้ายมักจะมายถึงการสอบความรู้ทั้งหมดเท่าที่เรียน ๆ มาตลอดเทอม หลังจากได้งานกันมาแล้ว พวกที่เรียกตัวเองว่าพวกขี้เกียจ มักจะรีบๆทำงานให้เสร็จ เพื่อเวลาที่เหลือจะได้พักผ่อนก็เริ่มงานในทันทีทันได้ แต่นายคนนี้ไม่ เค้ายังคงเข้าร้านเกมส์ตามปกติ จนเลเวลอัพไปหลายเลเวล 2อาทิตย์ผ่านไปนายคนนั้นก็เริ่มซื้อข้าวของอุปกรณ์มาวางๆไว้ในช๊อป แต่ก็ยังคงเรื่อยๆเอื่อยๆกับชีวิตอยู่ หลายครั้งที่เพื่อนๆเห็นเขาหยิบจับวัสดุขึ้นมาแต่ ก็ไม่เห็นจะเป็นรูปเป็นร่าง จนเกือบจะครบเดือน ในขณะที่เพื่อนกำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงตกแต่งชิ้นงานให้สวยงาม ตาคนนี้แหล่ะ สร้างความอัศจรรย์ให้เพื่อนรวมรุ่น เขาเริ่มทำงานเป็นชิ้นเป็นอันบ้างแล้ว แต่ด้วยเวลาที่เหลือน้อยเต็มทีทำให้เขาไม่สามารถทำงานได้อย่างประณีตได้ หลายครั้งเหมือนกันที่สิ่งที่เขาพยายามประติดประต่อล้มทลายลงมาแล้วก็ต้องเริ่มใหม่ด้วยอารมณ์หัวเสียอยู่เรื่อยๆ ยิ่งไปกว่านั้นคนๆนั้นสามารถโชว์ศักยภาพพิเศษ ที่ทำให้ทุกคนทึ่งไปตามๆกัน ในขณะที่พวกเรากินข้าว เขาทำงาน ในขณะที่พวกเราพักผ่อนเขาทำงาน ในขณะที่พวกเราเตะบอลเขาทำงาน ในขณะที่พวกเราเล่นไพ่เขาทำงาน หรือแม้แต่ในขณะที่พวกเราตั้งวงกินเหล้าเขาทำงาน “ เขาช่างเป็นคนที่มุ่งมั่นขยันทำงานเสียจริง” เพื่อน ๆ ในรุ่นชอบเหน็บแนมกันในวงขี้เมาบ่อย ๆ 1 อาทิตย์สุดท้ายเค้านั่งทำงานในสภาพหัวเสีย ย่ำแย่ ทรุดโทรมลง รวมไปถึงเน่าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนคนอื่นๆที่งานกำลังจะเสร็จ หรือเสร็จแล้วกลับมีหน้าตาแจ่มใสขึ้น นายคนนี้หมกมุ่นอยู่แต่ในคอกทำงานของตัวเอง คาดว่าคงลืมเดือนลืมตะวันไปด้วยในวันส่งงาน เค้าก็ยังคงนั่งทำจนวินาทีสุดท้าย ทุกคนรอฟังคำพิพากษา งานชิ้นหยาบ ๆ งานหนึ่งวางลงตรงลานส่งงาน นายคนนั้นนั่งแยกตัวกับเพื่อน แต่ดูเหมือนเพื่อนๆจะนั่งแยกตัวจากเค้ามากกว่าเพราะความเน่าจนสุดแสนจะเกินทน และแล้วผลกรรมของการทำงานด้วยแรงขับดันอันประหลาดก็สัมฤทธิ์ เขาไม่ผ่านซึ่งดูเหมือนเขายังไม่รู้ตัวนายคนนั้นยังคงสภาวะโทรมกลับบ้านไปพักผ่อน 3 วัน 3คืนอย่างไร้ร่องรอย ในขณะที่เพื่อนๆ จัดปาร์ตี้กินเหล้าตามประสาคนศิลป์เฮฮาหลังงานเสร็จ ด้วยความรื่นเริง 3 วันต่อมา ( เมาแบบคนมีอันจะศิลป์ 3 วัน 3คืนหัวราน้ำ ) นายทรุดโทรมคนนั้นก็เดินกลับเข้ามาในคณะ เพื่อนๆ ทั้งหลายในวงต่างส่างเมาด้วยความงงงวยทั้นใด “ อ้าว.....ปิดเทอมแล้วพวกมึงยังไม่กลับบ้านกลับช่องกันอีกหรอ” นายทรุดโทรมถาม เพื่อนๆในวงเหล้าเงียบกริบ “ เดี๋ยวกูไปดูคะแนนก่อนนะเดี่ยวกูมา” นายคนนั้นพูดต่อแล้วเดินหายเข้าไปในคณะ เพื่อนๆในวงเหล้ามองตากัน อ้าวไอ้นี่.....มันยังไม่รู้ชะตากรรมมันอีกหรอ ในสมองคนในวงเหล้าคิด ( ความสามารถพิเศษเฉพาะสาขาเมาแล้วยังมีสติ) หลังจากนายทรุดโทรมเดินหายเข้าไปในตึก 5 นาทีก็เดินออกมาด้วยหน้าตาอันซีดเผือก “ เป็นไรอะมึง?” เพื่อนคนหนึ่งในวงเหล้าถาม นายทรุดโทรมเดินลงมานั่งด้วยท่าทีที่อ่อนแรง แล้วถอนหายใจยาว เฮือก..... “ อาจารย์ให้กู I” โห้....มันยังโชคดีที่อาจารย์เมตตาให้ติด I ไว้ยังมีโอกาสแก้ตัว แล้วเขา ก็ลุกขึ้นทันใด “ อ้าวแล้วนั้นมึงจะไปไหนอีก” เพื่อนในวงเหล้าถาม “ กูไปเล่นเกมส์บิ๊วอารมรณ์ในร้านเกมส์ก่อนไปเติมเชื้อไฟแล้วกูจะกลับมาทำงาน” แหน่ะไอ้นี้ยังมีหน้ามาบิ๊วอารมณ์อีกแหน่ะไม่สำนึกเลย ทันใดนั้นเองเสียงสวรรค์ดุจดั่งเสียงสั่งเป็นสั่งตายก็แทรกผ่านอากาศทุกหย่อมย่านจากด้านบนของตึกลงมา “ เออ... กูก็ว่าอย่างงั้นแหล่ะศิลปินอย่างมึงต้องทำงานก็ต่อเมื่อมีไฟเว้ย ยิ่งไฟลนก้นหน่ะยิ่งดีนักแล” เสียงนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่ากลางใจ นายคนนั้นทันใด เขาสะดุ้งเฮือก ชายวัยกลางคนผู้ชี้ชะตานักศึกษาผลุบหัวเข้าตึกไปทันใด ทำเอาขนาดวงเหล้าต้องเก็บข้าว ของอพยบราวกับหนีตายยังไงอย่างงั้น
นี้ลองคิดดูในชีวิตระหว่างเรียนคุณพลาดพลั้งแล้วยังมีโอกาสแก้ตัว หากเมื่อไหร่ทำงานไปแล้วผลออกมาจะเลวร้ายขนาดไหน คนทุกคนมีไฟ แต่จะรู้จักใช้ไฟเป็นแรงขับดันในการดำเนินชีวิตแบบไหน ใช้ไฟที่มีให้ถูกสถานการณ์ถูกเวลา จะช่วยให้ชีวิตนั้นง่ายขึ้น สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดจากเรื่องด้านบนนั้นไม่ได้เป็นการเล่าเรื่องแต่เป็นการเตือนสติผู้ทำงานศิลปะรุ่นใหม่ทุกคน ให้เห็นว่าการใช้ไฟอย่างผิดวิธีทำให้ชีวิตพลิกไปขนาดไหน งานที่ตั้งใจบรรจงทำ กับงานที่สักแต่ว่าจะทำให้พอเสร็จๆด้วยความเร่งรีบตลอดเวลา ยิ่งงานที่ต้องใช้ฝีมืออย่างศิลปะมันเห็นออกมาโดยผลงานโดยแทบไม่ต้องใช้คำพูดอธิบายความตั้งใจของแต่ละคน ถึงเวลาแล้วยังที่คุณจะใช้ไฟใช้ถูกวิธี แล้วตอนนี้หล่ะคุณใช้ไฟแบบไหนทำงาน...?
** สุดท้ายขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ และขอบขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความ ขอให้ท่านผู้อ่านทุกคนมีความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไปด้วยเทอญ....สาธุ**
แนะนำติชมได้ที่ chittanun@hotmail.com http://chittanun.hi5.com หรือเข้าไปอ่านบทความอื่นๆได้ที่ http://bambalala.spaces.live.com |
|
|