๑นู๋พึ่ง๑ 的个人资料*~นู๋พึ่ง~*照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
~..เล่าเรื่อง...วิชาทฤษฏีศิลป์(ป.โท)..~พอดีไปสอบ ป.โท วิชาทฤษฏีศิลป์มาเลยเอาข้อสอบมาให้ดูว่ามานออกประมาณไหนเผื่อปีหน้าใครไปสอบจะได้เป็นแนวทางไว้
1.) อธิบายและวิเคราะห์( องค์ประกอบศิลป์ แนวคิด )เกี่ยวกับตราสัญลักษณ์ฉลองครองราชย์ครบรอบ 60 ปี กับ ตราฉลองพระชมมายุครบรอบ 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาโดยละเอียด 2.) อธิบายแนวคิดของสถาปัตยกรรมพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทมาโดยละเอียด 3.) นำเสนอแนวคิดส่วนตัว จากกระแสการต่อต้านภาพวาด “ภิกษุสันดานกา” รางวัลชนะเลิศเหรียญทอง การแสดงศิลปกรรมแห่งชาติครั้งที่ 53 4.) วิชาทฤษฏีศิลป์มีความสำคัญต่อการพัฒนาสังคมไทยหรือไม่อย่างไร
ซึ่งทั้งหมด 4 ข้อนี้เค้าสั่งมาว่า...อธิบายมาโดยละเอียดและให้เวลา เพียง ** 2 ชั่วโมง ** ถ้าเทียบกับคนที่มีประสบการณ์มากๆเรื่องการวิเคราะห์วิจารณ์นับว่า ลาดกระบังเรามีน้อยมากๆ สำหรับการเรียนรู้ที่จะวิเคราะห์ การเขียน การแสดงความคิดเห็น เรายังสู้เค้าไม่ได้เลย ( เพราะตอนสอบคนอื่นมันเขียนไป 2 เล่มแว้วในเวลา 30นาที ในขณะที่เราเขียนได้ 4 หน้า ( อนาถาโครต ๆ )) ยิ่งไปกว่านั่นเรื่องประวัติศาสตร์ศิลป์ยอมรับอีกเหมือนกันว่าบ้านเราไม่แน่นสู้คนอื่นเค้าเลย เพราะว่ามั่วแต่ไปศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะสากลมากกว่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทยเรากันเอง เรื่องพระที่นั่งจักรีมหาปาสาทเป็นเรื่องใกล้ตัวแท้ๆ กี่คนจะสนใจ สุดท้ายนี้อยากจะฝากทุกคนว่าบทเรียนที่อยู่ในภาควิชาวิจิตรศิลป์นั้นยังไม่เพียงพอสำหรับการออกไปต่อสู้กับโลกภายนอก อยากให้ทุกๆคนไข่วคว้าหาประสบการณ์ ความรู้เพิ่มเติมจากที่เรียนให้มากขึ้นด้วยเพื่อเป็นประโยชน์กับตัวเองในการทำงานศิลปะในอนาคต อย่าลืม!!ศิลปินบนโลกผุดขึ้นทุกๆวัน คนอื่นเค้าก็อยากเก่งอยากเป็นศิลปิน สั่งสมประสบการณ์อย่างเดียวมันไม่พอต้องหาความรู้ใหม่ๆ และของเก่าเพิ่มขึ้นเสมอด้วย. . . ~..เวลามันช่างน้อยนัก..~ เห้อ.... ความตั้งใจอันไม่ลดละนี้มันเป็นแรงขับดันมหาศาลเลยที่เดียว ปกติเป็นคนทำอะไรไม่คอยจิงจังเท่าไหร่ คิดซะว่าเป็นเรื่องเล่นๆสนุกไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรืออะไรก็ตามก็จะดูเหมือนว่าทำเล่นๆไปซะหมด อาทิตย์ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าความเครียดจะทวีพูนมากขึ้น ปกติเราไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ไม่ว่าจะสอนเอนท์ทรานหรือตอนทำ THESIS นั้นแค่ให้ความรู้สึกว่า อืม. . .มันเหนื่อย เดี๋ยวผ่านไปอะไรๆก็ดีขึ้นเอง หรืออาจเป็นเพราะมันผ่านไปแล้วเลยไม่รู้สึกอะไร คราวนี้ถึงเวลาสอบป.โทบ้าง ตลอดเดือน 2 เดือนที่ผ่านมาพยายามอ่านหนังสือ ยอมรับเลยอย่างหนึ่ง ตั้งแต่เรียนศิลปะมานี้เรามีความรู้ติดตัวแค่นิดเดียวเอง ยิ่งอ่านมายิ่งรู้มากเท่าไหร่ก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นยิ่งต้องเพิ่มเติมความรู้ให้กับตัวเองมากขึ้น เหมือนว่ารู้น้อยไปว่างั้นก็ได้ โลกมันกว้างมาก 1วันคนเราหลายล้านคนสร้างนวัตกรรมอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ คนบนโลกตั้งกี่ล้านล้านคน วันวันหนึ่งโลกหมุนเร็วจนบ้างทีเรารู้สึกว่าเราตามไม่ทันเลย(ดูเหมือนคนแก่- -*) นี้เป็นสิ่งแรกที่รู้สึกอัดอั้นตันใจในระยะเวลา 2 เดือนกว่าที่อ่านหนังสือ ต่อมาก็คงเป็นเราตัวเรา ปกติไม่ค่อยสนใจไรอยู่แล้ว รอบนี้เหมือนดูถ้าว่าจะเอาจิงเอาจังอยู่เหมือนกัน สัปดาห์ที่แล้วเริ่มรู้ตัวเองว่าเครียดมากทำไรไม่ได้พอมีอะไรก็ตามมากวนใจก็จะรู้สึกหงุดหงิดทันที เริ่มแสดงอาการกินอะไรไม่ค่อยลงกินได้แค่นิดเดียว ต่อมาก็นอนไม่หลับรู้สึกกระสับกระส่ายผวาขึ้นมาทุกที คงเป็นเพราะว่าเรารู้สึกว่าเรายังอ่านไม่พอจริงๆ คนอื่นคงเตรียมตัวไว้มากกว่าเราเยอะความรู้เราก็แสนจะน้อยจะเอาไรไปสู้เค้า นี้สิลำบาก. . . ทันใดที่คิดอย่างงี้ก็จะพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมให้กับตัวเอง แต่ไอ้ด้วยเรื่องข้อมูลนี้แหล่ะวันนี้เป็นวันที่ 3 ก่อนสอบ เริ่มรู้สึกตัวเองว่าข้อมูลตัวเองนั้นตีกันพะรุงพะรังอยู่ในหัว โอ้วม้าย...แย่แล้ว!! เหอะๆๆๆ คราวนี้จะทำไงดีเนียะจะเริ่มอ่านใหม่มันจะทันหรือปล่าวโชคดีที่เป็นคนอ่านหนังสือแล้ว Shortnote ตามเลยเอาขึ้นมาอ่าน แต่ก็ช่วยได้เพียงนิดเดียว ความรู้สึกนี้น่าจะเกิดขึ้นกับประการแรกที่ว่าความรู้พอรู้มากเรายิ่งต้องหามากขึ้นเหมือนว่าเรานั้นยังรู้น้อยไปอีก แหน่ะดูเหมือนโลภมากซะจิงเลยนะแก แต่มันก็จิงอีกอยู่ดี เลยทำให้ช่วงนี้เครียดเข้าขั้น วัน2วันก่อนเริ่มมีความรู้สึกว่านอกจากกินไรไม่ค่อยลงแล้วยังมีอาการเหมือนคนแพ้ท้องอีกทั้งๆที่มีประจำเดือน(-*-) กินไรไม่ลง เริ่มกัดฟันบ้างเป็นระยะๆ เบลอเดินชนนู้นชนนี้ตลอดเวลา จนกระทั้งถึงขนาดใครสั่งให้ทำอะไรต้องสั่งให้ทำทีละอย่างสั่งหลายๆอย่างแล้ว จะจำได้อย่างสุดท้าย ไอ้คำสั่งแรกๆเนียะรวน ลืมไปเลยซะงั้น รวมไปถึงจับต้นชนปลายชีวิตไม่ถูก(อนาจแท้) สุดท้ายอาการไม่พึงประสงค์และไม่เคยเป็นก็เกิดขึ้นเครียดจนท้องเสียทั้งๆที่ไม่ได้กินไร รู้สึกว่า ความเครียดนี้ลงกระเพาะ และลำไส้ไปแว้ว(โห้...เวง) เลยมานั่งคิดดูว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมเราถึงได้เป็นอะไรไปได้ถึงขนาดนี้ทั้งๆที่เราทำใจไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว เอาหน่า..สอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไรปีหน้ายังมี นี้พยายามทำให้เผื่อใจไว้ๆสุด แต่ตอนนี้ดูเหมือนหวังไว้มากเลยทีเดียว ช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่นึกว่าตัวเองจะเป็นได้ขนาดนี้ บ้าคลั่งอ่านหนังสือจนไม่ลืมหูลืมตาขนาดสุขภาพตัวเองเสียไปเลย แทบไม่เชื่อว่าการทำอะไรเล่นๆฮาๆตลอดพอมาทีนี้กลายมาเป็นเรื่องเป็นจริงเป็นจัง ตอนนี้เพราะอะไรก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ตอนนี้เท่าที่รู้ๆ เวลาในการเตรียมตัวช่างเร็วเหลือเกิน ตอนนี้เหลือเวลา 2 วันแล้ว. . . เหมือนวันอันตรายวันหนึ่งกำลังจะเข้ามาถึงจะไหวมั๊ยนะ.... ต่อไปจะเป็นยังไง สิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ตรงหน้าจะเป็นไงกลายเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นไปแล้ว. . . . เห้อ อยากให้มาถึงเร็วๆนะแต่ก็ยังอยากให้เวลามันยาวนานกว่านี้จะได้เตรียมตัวมากกว่านี้หน่อยเหอะๆๆๆ(เขียนเนียะอ่านรู้เรื่องมั๊ย. . .เหอะๆๆ สมองมันเพี้ยนอะ) |
|
|